dot
dot
bulletรั้วคอนกรีตสำเร็จรูป
bulletอิฐนาโนบล็อค
bulletอิฐ Cool Block
bulletแผ่นพื้นและเสาเข็มอัดแรง
bulletคอนกรีตผสมเสร็จตราช้าง
bulletเหล็ก TMT
bulletเหล็กกาวาไนซ์
bulletปูนซีเมนต์ตราเสือ
bulletปูนซีเมนต์ตราช้าง
bulletปูนซิเมนต์ตราลูกดิ่ง/จิงโจ้
bulletหินทราย
bulletเครื่องกดเสาเข็ม
dot
dot
bulletกระเบื้องหลังคาตราช้าง
bulletครอบหลังคาตราช้าง
bulletอุปกรณ์หลังคาตราช้าง
bulletหลังคาเมลทัลชีท
bulletหลังคา Pumice
dot
dot
bulletไม้คอนวูด
bulletไม้ลามิเนต Inovar floor
bulletพื้นไวนิล Inovar floor
bulletไม้เทียม WPC
bulletไม้สมาร์ทวูดตราช้าง
bulletกระเบื้อง Cotto
bulletกระเบื้องยาง
bulletกาวซีเมนต์จระเข้
bulletผนัง Zolid Wall ตราช้าง
bulletฝ้าเพดานตราช้าง
bulletฝ้าเพดานตรา Gyproc
bulletอุปกรณ์ Hafele
bulletประตู Eco-door
bulletประตู Doric
bulletประตู PVC ราคาประหยัด
bulletประตูหน้าต่าง AB&W
dot
dot
bulletหลอดไฟ LED SAVE
bulletหลอดไฟ LED HIGHLIGHT
bulletหลอดไฟ LED EVE
bulletSafe-T-Cut
bulletอุปกรณ์และหลอดไฟ Philips
bulletสวิตซ์และฝาครอบ Panasonic
bulletเต้ารับ Panasonic
bulletสายไฟ BCC
bulletท่อร้อยสายไฟ
dot
dot
bulletท่อน้ำ Thai PP-R
bulletท่อ PVC
bulletผลิตภัณฑ์ DOS
dot
dot
bulletสีTOA ซุปเปอร์ชิลด์
bulletสีTOA ชิลด์วันนาโน
bulletสีTOA โฟร์ซีซั่นส์
bulletสีTOA ไฟเบอร์ซีเมนต์ชิลด์
bulletสีTOA รองพื้น
bulletสีTOA เคลือบเงากลิปตั้น
bulletสี TOA 7 in 1
bulletสี TOA 5 in 1
bulletสีTOA ย้อมไม้วู๊ดสเตน
bulletสีTOA ทาถนน/เครื่องหมายจราจร
bulletสีTOA อุตสาหกรรม
bulletเคมีภัณท์ TOA
bulletผลิตภัณฑ์ SIKA
bulletผลิตภัณฑ์ WURTH
dot
dot
bulletProfast
bulletFastenic
bulletSealtex
bulletตะปู
bulletฮาด์แวร์
dot
dot
bulletMAKITA
bulletBOSCH
bulletเครื่องดัด/ตัดเหล็ก
bulletHappy Tools
bulletสินค้ากลุ่มมีสุข
dot
dot
bulletEPS Foam
bulletหลังคาโซล่าเซลล์
bulletกาวซีเมนต์ นาโน
bulletระบบหมุนเวียนอากาศ
bulletพัดลมหลังคาพลังแสงอาทิตย์
dot

หมวดสินค้า
ยี่ห้อสินค้า

  [Help]
dot
dot

dot
dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot


"สร้างบ้าน สร้างอนาคต"
ตราช้าง
thainanohouse
สินค้ามีสุข
Facebook


3D Block อิฐมวลเบา CLC article

บจก.อินเตอร์โฮมวัสดุ 
59/39-40 ม.10 ถ.พหลโยธิน   ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 60000   
โทร./แฟกซ์ 056-245349    

Download  ผลิตภัณฑ์ และราคาแนะนำ

อิฐมวลเบาCLC 3D Block 

brochure 3D Block
- บัวร์ชัวร์ 
อิฐมวลเบาCLC 3D Block  
- ราคา    ราคา อิฐมวลเบา CLC 3D BLock+นาโนบล็อค

*ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคา เงื่อนไขบริการ 

ติดต่อ โทร. 056-245349
กฤษฐ์หิรัญ   เลิศอุฤทธิ์ภักดี
www.interhomematerials.com
1.10.56

 วิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูลาร์(CLC.)

นวัตกรรมเทคโนโลยีโฟมคอนกรีต : คอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์อัจฉริยะภาพที่เกิดจากเทคโนโลยีทางเลือกที่ทรงคุณค่าอย่างไร้ขีดจำกัด

(Innovation of Foam Concrete Technology : Cellular Light Weight Concrete Expert from Alternative for Value-High Performance Technology)

เรียบเรียง วิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูลาร์(CLC.)

โดย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศตคุณ เดชพันธ์

สาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

744 ถ.สุรนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000

โทร. 08-4831-2712 Email: rc_statics@hotmail.com

บทนำ

ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มนิยมใช้ผนังมวลเบาในการก่อสร้างมากขึ้น เนื่องจากผนังมวลเบามีคุณสมบัติเด่นหลายประการ เช่น ก่อสร้างเร็ว กันเสียงกันความร้อนมีน้ำหนักเบาที่มีน้ำหนักเบามีความแข็งแรงใกล้เคียงกับ อิฐมอญและคอนกรีตบล็อก อย่างไร ก็ตามการนำคอนกรีตมวลเบามาใช้สำหรับก่อสร้างผนังนั้นนอกจากความเบา แล้วสิ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความเบาคือความทึบน้ำ กล่าวคือในกรณีที่มีเหตุกรณีที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้เนื่องจากสภาวะสิ่งแวดล้อมที่แปรปรวนในปัจจุบัน กรณีเกิดอุทกภัย หรือผนังที่สัมผัสกับน้ำหรือความชื้นโดยตรงนั้นควรจะมีการทึบน้ำ และหากผนังเบามากจนเกินไปความสามารถในการต้านทานแรงดันน้ำจะต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ใช้วัสดุที่มีความเบาจนสามารถลอยน้ำได้ (วัสดุที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า 1000 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร) นอกจากนั้นในกรณีที่มีสภาวะอากาศลมแรงความสามารถในการต้านทานแรงลมของวัสดุที่มีน้ำหนักเบาก็มีความสามารถลดลงด้วยซึ่งความสามารถดังกล่าวแปรผันตรงกับหน่วยน้ำหนัก และหากน้ำสามารถซึมผ่านผิวฉาบเข้าภายในผนังผนังได้น้ำดังกล่าวจะถูกกักไว้ภายในหากต้องการให้น้ำที่ถูกขังไว้ในเนื้อผนังดังกล่าวออกมาต้องใช้ความร้อนเพื่อให้น้ำระเหยเป็นไอน้ำแทรกซึมย้อนกลับผ่านผิวฉาบออกมาสู่อากาศภายนอก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นไปได้ยากมากเพราะจะเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ผลที่ตามมาคือจะพบเห็นคราบแบคทีเรีย และเชื้อราเป็นรอยด่างที่ผนังห้อง โดยเฉพาะห้องนอนหรือห้องปรับอากาศ จะเป็นอันตรายมากเนื่องจากสปอร์ของแบคทีเรีย และสปอร์จะฟุ้งกระจายไปในห้อง เข้าสู่ระบบหายใจ เกิดโรคภูมิแพ้ ผลสืบเนื่องระยะยาวอาจถึงขั้นเกิดปัญหาร้ายแรงต่อสมาชิกหรือสัตว์ที่อาศัยภายในองค์อาคาร ในกรณีที่ได้รับคำแนะนำในการแก้ปัญหาจากช่างโดยการทำความสะอาดผิวโดยการขัดแล้วทาสีกันเชื้อราก็สามารถแก้ไขได้ในระดับหนึ่งแต่จะไม่หายขาดเลยทีเดียว จึงเกิดปัญหาที่ต้องแก้ไขไม่รู้จบ จากเหตุผลดังกล่าวมานี้ผู้ประสบเหตุการณ์จากภัยน้ำท่วมจะทราบดีว่า นี้คือความจริงที่เกิดขึ้น

ศูนย์พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วิจัยโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศตคุณ เดชพันธ์ ได้ทำการวิจัยน้ำยากำเนิดโฟมผลิตคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์ที่มีคุณภาพสูง ดำเนินการวิจัยต่อเนื่อง จนแน่ใจและได้คำตอบว่าการใช้ผนังคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางเลือกที่เหมาะสมในการขจัดปัญหาที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้โดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะสามารถใช้ร่วมกับปูนก่อและปูนฉาบธรรมดาได้เป็นอย่างดี จึงง่าย ถูก และ ขจัดปัญหาต่างๆ ได้ ในการผลิตผนังสำเร็จรูปควรใช้หน่วยน้ำหนักในการผลิตที่ 1050-1150 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร เนื่องจากสามารถรองรับทุกสภาวะการใช้งาน อาทิเช่น ภัยที่เกิดจากน้ำท่วม ฝนตก พายุ อัคคีภัย รวมถึงภัยจากแผ่นดินไหว เนื่องจากพบว่าในกรณีที่ผนังคอนกรีตมวลเบาที่มีความหนาแน่นต่ำกว่า 1,050 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร จะมีความแข็งแต่เปราะคล้ายกับถ่านที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้มเพื่อประกอบอาหาร(ถ่านมีลักษณะเป็นสีดำ) เมื่อเกิดแผ่นดินไหวแม้ไม่รุนแรงจะส่งผลให้เกิดการพังทลายของผนังโดยฉับพลัน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้พักอาศัย แต่อย่างไรก็ตามในกรณีที่ต้องการใช้งานคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูลาร์ที่หน่วยน้ำหนักน้อยกว่า 1000 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร เช่น ต้องการใช้ ระหว่าง 800-950 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร ก็สามารถทำได้แต่จะการดูดซึมน้ำมากขึ้น และราคาสูงขึ้น นอกจากนั้นคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูลาร์ ยังมีความสามารถที่หลากหลายในการประยุกต์ใช้งาน เช่น การก่อสร้างดาดฟ้า คาน เสา พื้น ถนน ผนังอาคารหล่อในที่ ผนังอาคารระบบสลิปฟอร์ม เสาและคานที่มีปริมาณเหล็กเสริมแน่นมาก อุโมงค์ งานซ่อมแซม อุดรอยรั่วโครงสร้างที่เทคอนกรีตได้ยาก คอนกรีตผสมสำเร็จรูป งานก่อสร้างระบบหล่อสำเร็จรูปต่าง ๆ รั้วมวลเบาสำเร็จรูป องค์อาคารที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงเช่น สนามบิน โรงงานอุตสาหกรรม อาคารที่ติดถนน นอกจากนั้นจากสามารถประยุกต์ใช้กับระบบบ้านโฟมประหยัดพลังงาน รวมถึงงานที่ต้องการใช้ความเบาพิเศษถึงขั้นใช้คอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์ ที่ลอยน้ำได้ก็สามารถทำได้ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องใช้งานที่ต้องการความเบาเป็นพิเศษ นอกจากน้ำยากำเนิดโฟมผลิตคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์ แล้ว กระบวนการผลิตเพื่อให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพยังต้องอาศัยแบบหล่อ และ เครื่องผสมที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นศูนย์พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้ผลิตชุดอุปกรณ์กำเนิดโฟม SD-Foam เป็นชุดกำเนิดโฟมที่มีประสิธิภาพได้มาตรฐาน ปัจจุบันมีสถานประกอบการในกรุงเทพ และปริมณฑล ที่นำไปใช้งานกว่า 9 แห่ง ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังพัฒนาเครื่องผสมคอนกรีตมวลเบาที่สามารถพ่นฉีดเข้าแบบหรือลำเลียงได้ภายหลังการผสมเพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดปริมาณในการสูญเสีย จากการใช้รถเข็นในการขนส่ง(สะดวก-รวดเร็ว-สะอาด) และที่สำคัญที่สุดคือได้แบบหล่อที่มีราคาประหยัด คงทน และสามารถใช้งานได้ 2-3 รอบ/วัน จึงเป็นการลงทุนที่ต่ำเมื่อใช้เครื่องมืออุปกรณ์และกระบวนการผลิตของที่วิจัยและพัฒนาโดย ศูนย์พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ประหยัด ลงทุนต่ำ ได้ผลผลิตสูงเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพอัตราการลงทุน ผู้ลงทุนคืนทุนเร็วได้ผลกำไรเหมาะสม ราคาทุนวัสดุต่อก้อนขนาด 7.5×20×60 เซนติเมตร ระหว่าง 8.50-15.00 บาท อย่างไรก็ตามงานวิจัยที่กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือขนาด หรือมิติของบล็อกคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์ที่เหมาะสม สำหรับการก่อสร้างของช่างฝีมือในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากผลของขนาดรูปร่างทางสรีระวิทยาของชาวเอเชียมีขนาดเล็กกว่าชาวยุโรป จึงส่งผลให้การทำงานต่อวันหรือปริมาณงานลดลงอันเนื่องมาจากคุณสมบัติทางกายภาพของช่างก่อสร้าง ซึ่งผลการวิจัยใกล้จะแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ ในเบื้องต้นขนาดที่เหมาะสมสะหรับช่างก่อสร้างไทย ได้แก่ขนาด 7.5×15×30, 7.5×19×39 , 7.5×20×40 , 7.5×20×50 สำหรับความหนาขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของเจ้าของโครงการมีค่าระหว่าง 6-7.5 เซนติเมตร

 

กิตติกรรมประกาศ

ความสำเร็จที่เกิดจากการวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยขอขอบคุณท่าน ศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา จินดาประเสริฐ ผู้ให้ความรู้และโอกาสแห่งความสำเร็จในชีวิต ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อุบล-ลักษณ์ รัตนศักดิ์ อาจารย์ประเสริฐ อิ่มนาง นายเอกชัย แก้วจอหอ ร้านพีชมาเก็ตติ้ง ที่สนับสนุนวัสดุในการวิจัยบางส่วน นักศึกษาและผู้ช่วยนักวิจัยทุกรุ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทุกท่าน ขอน้อมรำลึกถึงครู-อาจารย์ที่ให้ความรู้มาโดยลำดับ เพื่อนคณาจารย์ ผู้มีคุณทั้งหลายที่กรุณาให้ความเอื้อเฟื้อ ตลอดจนบุคคลในครอบครัว ท้ายที่สุดคุณความดีที่เกิดขึ้นขอน้อมรำลึกแด่บุพการีผู้ให้กำเนิด ตลอดจนทุกท่านที่ไม่ได้เอ่ยนามข้างต้น ที่กรุณาเอื้อเฟื้อด้วยดีเสมอมา

  1. โฟมคอนกรีตเทคโนโลยี (Foam Concrete Technology )

โฟมคอนกรีตหรือเซลลูล่าร์คอนกรีต (Cellular Concrete) เป็นชื่อที่เรียกเฉพาะซีเมนต์เพสต์หรือมอร์ต้าร์ซึ่งปรระกอบด้วยฟองอากาศขนาดเล็กที่ไม่ต่อเนื่องกัน (Disconnected) มีขนาดตั้งแต่ 0.1 ถึง 1 มิลลิเมตร กระจัดกระจายอย่างสม่ำเสมอ และฟองอากาศเหล่านี้เรียกว่าเซลล์อากาศ (Air Cell) ผสมลงในคอนกรีตเพื่อให้มีน้ำหนักเบา ซึ่งฟองอากาศ (Micro Air Bubble) อาจอยู่ในรูปแบบของก๊าซที่กำเนิดขึ้นภายในมอร์ต้าร์ หรือทำให้เป็นฟอง (Foam) จากการผสมสารเพิ่มฟองซึ่งผ่านเครื่องกำเนิดโฟม (Foam Generator) ก่อนนำไปผสมกับมอร์ต้าร์

 

เซลลูล่าคอนกรีตถูกพัฒนานำมาใช้ครั้งแรกที่กรุงสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน ในราวต้นปี ค.ศ. 1900 ได้กำเนิดวัสดุชนิดนี้เรียกว่าแก๊สคอนกรีต (Gas Concrete) นิยมใช้เป็นวัสดุกันความร้อน (Heat-Insulated) ในอาคาร ต่อมาได้มีการนำไปพัฒนาเกี่ยวกับคอนกรีตมวลเบา ซึ่งเป็นที่ทราบกันในปัจจุบัน เช่น เซลลูล่าคอนกรีต โฟมคอนกรีต (Foam Concrete) คอนกรีตอัดอากาศ (aerated concrete) และคอนกรีตอัดอากาศอบไอน้ำ (Autoclaved Aerated Concrete) ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เทคโนโลยีนี้ได้แผ่ขยายอย่างรวดเร็วในทวีปยุโรปและสหภาพโซเวียต โดยประยุกต์สำหรับใช้ทำชิ้นส่วนของแผ่นโครงสร้างในช่วงปลายปี ค.ศ. 1950 สหรัฐอเมริกาเริ่มใช้โฟมคอนกรีต หรือเซลลูล่าคอนกรีตในการก่อสร้าง แผ่นพื้น หลังคา เสา และชิ้นส่วนผนังต่าง ๆ

 

    2. ชนิดของคอนกรีตมวลเบา

ในอุตสาหกรรมทั่วไปจำแนกชนิดของคอนกรีตมวลเบาออกเป็น 2 ชนิดดังนี้

1) วิธีการทำงานคอนกรีตภายใต้แรงดันสูงและอบไอน้ำ (Autoclaved Aerated Concrete) หรือมีชื่อย่อว่า AAC.

ส่วนผสมประกอบด้วยปูนขาว (Lime) ทราย ปูนซีเมนต์ และสารผสมเพิ่มเพื่อการขยายตัว (Expansion Agent) โดยทั่วไปใช้ผงอลูมิเนียมในปริมาณ 0.2 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักปูนซีเมนต์ ปฏิกิริยาเคมีของผงอลูมิเนียมกับด่างจากแคลเซียมไฮดรอกไซด์ ก่อให้เกิดฟองก๊าซไฮโดรเจนในขณะที่มอร์ต้าร์ยังสด หรือใช้ผงสังกะสีหรืออลูมิเนียมอัลลอย ก็สามารถใช้ได้ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบกระบวนการผลิต ส่วนผสมจะขยายตัวฟูขึ้นคล้ายกับขั้นตอนหนึ่งของการทำขนมเค้ก ภายหลังการก่อตัวเริ่มต้น จึงนำคอนกรีตไปบ่มภายใต้ไอน้ำแรงดันสูง (High-Pressured-Steam) ที่เรียกว่า “ออโตเคลฟ” (Autoclave) อุณหภูมิ 180 องศา ถึง 210 องศาเซลเซียสเพื่อเร่งการแข็งตัวก่อนนำไปใช้งาน

2) วิธีการทำงานในสภาวะแวดล้อมและความดันบรรยากาศทั่วไป (Cellular Light Weight Concrete) หรือมีชื่อย่อ ว่า CLC. เป็นกระบวนการลดแรงตึงผิว (Surfactant) โดยทั่วไปนิยมใช้โปรตีนจากสัตว์ซึ่งผ่านกระบวนการย่อยสลายทางเคมี (Protein Hydrolyzed) เป็นพื้นฐาน หรืออาจได้จาก สารสังเคราะห์อื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากัน สัดส่วนผสมโดยทั่วไปประกอบด้วย ปูนซีเมนต์ ทราย น้ำ สารผลิตโฟม อาจใช้สารลดน้ำ หรือ สารหน่วง หรือ สารเร่งการแข็งตัว เพื่อความเหมาะสมตามสภาวะการใช้งาน หรือ ตามที่วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญออกแบบไว้

 

3. การประยุกต์ใช้งานของคอนกรีตมวลเบาระบบโฟมคอนกรีต หรือคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์ (Cellular Light Weight Concrete, CLC.)

คอนกรีตบล็อกมวลเบาระบบเซลลูล่าร์สุดยอดเทคโนโลยีที่ไร้ขีดจำกัดสำหรับชีวิตของคนมีสไตล์ เบา-ประหยัด-พิทักษ์โลก-คุ้มค่า-คุ้มราคา-เบากว่าบล็อกคอนกรีตทั่วไป 25-60%

คอนกรีตบล็อกมวลเบาระบบเซลลูล่าร์ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบธรรมชาติในสภาวะอากาศทั่วไป(Cellular Lightweight Concrete, CLC.) เป็นกระบวนการผลิตที่เกิดจากการลดแรงตึงผิว (Surfactant) โดยทั่วไปนิยมใช้โปรตีนจากสัตว์ซึ่งผ่านกระบวนการย่อยสลายทางเคมี(Protein Hydrolyzed) เป็นพื้นฐาน หรืออาจได้จาก สารสังเคราะห์อื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากันโดย ส่วนผสมโดยทั่วไปประกอบด้วย ปูนซีเมนต์ ทราย น้ำ หรือ สารลดน้ำ หรือ สารหน่วง หรือ สารเร่งการแข็งตัว แล้วแต่สภาวะการใช้งาน ศูนย์พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการวิจัยของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศตคุณ เดชพันธ์ สามารถสังเคราะห์สารกำเนิดโฟมระบบเซลลูลาร์ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถผลิตคอนกรีตมวลเบาที่มีคุณภาพเป็นที่น่าพึงพอใจมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของผู้นำไปใช้งาน

คอนกรีตมวลเบามีคุณสมบัติที่น่าพึงพอใจคือน้ำหนักเบา จำแนกประเภทการใช้งานได้ตามความเหมาะสม เป็นฉนวนกันความร้อน และเสียงที่ดี นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ ที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

  • สามารถใช้ปูนก่อ-ฉาบทั่วไปได้เป็นอย่างดี ก่อสร้างเร็ว ประหยัดค่าแรง ลดต้นทุนในการก่อสร้าง
  • ราคาประหยัด ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เมื่อเปรียบเทียบกับคอนกรีตมวลเบาที่ผลิตโดยวิธีอื่น เช่น แผ่นพื้น งานถนน หลังคาดาดฟ้า เสา ผนังระบบสลิป-ฟอร์ม คอนกรีตไหลแผ่สูง คอนกรีตสำเร็จรูป งานปั้นและงานหล่อผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่ต้องการความเบา
  • เป็นวัสดุฉนวนกันความร้อน และกันความเย็นได้ดี สร้างอาคารประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าแอร์และ เครื่องทำความร้อนในองค์อาคาร ช่วยโลกลดภาวะโลกร้อน
  • ลดน้ำหนักองค์อาคารอีกทั้งประหยัดค่าขนส่งในการลำเลียงเข้าแบบ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของโครงสร้าง คาน เสา และฐานราก ลดลงโดยภาพรวม
  • ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง สามารถขนส่งผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปในปริมาณที่สูงขึ้น
  • ประยุกต์ใช้กับงานคอนกรีตหล่อสำเร็จประหยัดค่าแรงในการขนและจี้เขย่าเพื่อเข้าแบบ
  • สามารถเลื่อย ตอกตะปู ฝังพุ๊กทั่วไปได้ จึงสะดวกในการทำงาน
  • ทนไฟ ทึบน้ำ(ก่อสร้างผนังห้องน้ำ,บ่อกักเก็บน้ำได้) ไม่เกิดเชื้อรา รับแรงแผ่นดินไหวได้ ยืดหดตัวน้อยมาก ทนทานสูง มีคุณภาพเคียงคู่กับราคาอย่างน่าพึงพอใจเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพการใช้งานนั้นๆ

 

    4การผสมคอนกรีตมวลเบาระบบโฟมคอนกรีต หรือคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์(Cellular Light Weight Concrete, CLC.)

การผลิตโฟมคอนกรีตสามารถใช้เทคโนโลยีที่สะดวกลงทุนไม่สูงนักอุปกรณ์ประกอบด้วย

  1. เครื่องกำเนิดโฟม (Foam Generator) ใช้งานร่วมกับปั้มลม (Air Compressor Pump)
  2. โม่ผสมคอนกรีต (Mixer) สำหรับใช้ผสมโฟมคอนกรีต
  3. แบบหล่อบล็อก (Form or Mold) หรือระบบการผลิตอื่น ๆ ตามที่ผู้ออกแบบการผลิตแต่ละราย

สัดส่วนผสมโฟมคอนกรีตหรือคอนกรีตมวลเบระบบเซลลูล่าร์(Cellular Light Weight Concrete, CLC.)

ในกระบวนการผลิตเริ่มจากการผสมปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ทรายและน้ำ ตามสัดส่วนที่ออกแบบไว้ เตรียมสารเพิ่มฟองที่เจือจางน้ำในอัตราส่วน 1:10 ถึง 40 เทลงในเครื่องกำเนิดโฟมที่ต่อเข้ากับปั้มลมโดยปรับให้มีความดันตามที่กำหนด ผสมปูนให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วฉีดโฟม ทำการผสมจนส่วนผสมเข้ากันดีจึงฉีดโฟมส่วนที่เหลือทั้งหมดและผสมต่อไปอีกจนส่วนผสมเข้ากันดี จะได้คอนกรีตมวลเบาตามที่ออกแบบไว้

 

5. การบ่มโฟมคอนกรีตหรือคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์

ควรมีการบ่มเพื่อให้คอนกรีตเกิดปฏิกิริยาไฮเดรชั่นที่สมบูรณ์มีกำลังเพิ่มขึ้น และยังลดการหดตัวของคอนกรีตด้วย โดยทั่วไปมีการบ่ม 2 วิธีดังนี้

วิธีการบ่มในอากาศ

โฟมคอนกรีตที่บ่มในอากาศ(Air Curing) ภายหลังถอดแบบแล้ว ซึ่งเป็นวิธีการบ่มง่ายแต่การพัฒนากำลังค่อนข้างช้าต้องใช้เวลาในการบ่มนานขึ้นหากมีพื้นที่จัดเก็บเพียงพอการบ่มวิธีนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน

วิธีการบ่มไอน้ำ

การบ่มคอนกรีตด้วยระบบไอน้ำ(Steam Curing) นิยมใช้กับงานคอนกรีตหล่อสำเร็จที่ต้องการกำลังในระยะต้นที่สูง ไอน้ำและอุณหภูมิสามารถเร่งกำลังของคอนกรีตได้ดี แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่อนข้างสูงจึงนิยมใช้สารเคมีผสมเพิ่มเพื่อความสะดวกในการทำงาน

 

6. คุณสมบัติเชิงกลของโฟมคอนกรีตหรือคอนกรีตมวลเบระบบเซลลูล่าร์ 

กำลังอัด

กำลังอัดของคอนกรีตมีปัจจัยต่าง ๆ มากมาย เช่น ความหนาแน่น อายุ ปริมาณความชื้น องค์ประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุ ปฏิภาคส่วนผสม ชนิดของปูนซีเมนต์ ทรายหรือวัสดุแทรกอื่น ๆ ความสำพันธ์ระหว่างกำลังรับแรงอัด

 

กำลังดึง

โดยทั่วไปกำลังดึงของโฟมคอนกรีตมีค่าประมาณ 25 % ของกำลังอัด เกิดการเสียรูปประมาณ 0.1 % ขณะแตกหัก (Rupture)

กำลังรับแรงเฉือน

กำลังเฉือนโดยทั่วไปค่าระหว่าง 6 ถึง 10 % ของกำลังอัด

 

7. การหดตัว

วัสดุซีเมนต์เป็นตัวการให้เกิดการหดตัว (Shrinkage) การหดตัวเกิดขึ้นมากในช่วงอายุ 28 วัน หลังจากนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก ในกระบวนการผลิตโฟมคอนกรีตสามารถที่มีคุณภาพการหดตัวจะไม่เกิน 0.1 %

8. การขยายตัว

สัมประสิทธิ์ของการขยายตัวเชิงเส้น (Coefficient of Linear Expansion) ของโฟมคอนกรีตเหมือนคอนกรีตธรรมดา ประมาณ 8- 9 x 10-6 /°C

 

9. ฉนวนกันเสียงและความร้อน

โฟมคอนกรีตสามารถดูดซับเสียงได้ การส่งผ่านของเสียงลดลง ส่วนคอนกรีตธรรมดาทั่วไปจะสะท้อนเสียง ในต่างประเทศโฟมคอนกรีตที่นิยมใช้เททับหน้าบนพื้นโครงสร้างคอนกรีตเพื่อป้องกันการส่งผ่านเสียงและความร้อนระหว่างพื้นถึงพื้นในอาคารสำนักงานและบ้าน

 

10. การทนไฟ

โฟมคอนกรีตมีคุณสมบัติต้านไฟทำให้มีความเหมาะสมในการใช้เป็นฉนวนกันไฟ โดยทั่วไป สามารถทนไฟที่อุณหภูมิ 1,000 ถึง 1,200 °C ได้นาน 3 ถึง 4 ชั่วโมง

 

11. การประยุกต์ใช้คอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์ในการผลิตบล็อกคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าร์(Cellular Light weight Concrete, CLC.)

คอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูล่าเมื่อประยุกต์ใช้ทำเป็นคอนกรีตบล็อกมวลเบา เปรียบเทียบกับอิฐมอญหรืออิฐดินเหนียวเผาไฟ และคอนกรีตมวลเบาระบบ AAC. รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ 1 พบว่าค่าใช้จ่ายของผนังคอนกรีตมวลเบาระบบ CLC. ถูกกว่าระบบ AAC. และ อิฐมอญทั่วไป ดังแสดงในตารางที่ 2

 

ตารางที่ 1. ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติผนังชนิดต่าง ๆ

 

คุณสมบัติ

AAC.(สีขาว)

อิฐมอญทั่วไป

CLC.(สีเทา)

ความหนาแน่นวัสดุ (kg/m3)

800 - 950

1400 – 1800

800 – 1150

จำนวนก้อน /m2

12.5

135 - 145

12.5

น้ำหนักเฉลี่ยต่อก้อน (kg)

8-10

0.4-0.5

5.5-6

น้ำหนักผนังก่อ (kg/m2)

45 - 60

130

55 - 70

น้ำหนักผนังรวม (kg/m2)

110 - 120

180

80 - 100

กำลังรับแรงอัด (kg/cm2)

30 – 40

25 – 40

25 – 35

การดูดซึมน้ำ (%)

35 – 45 %

40 %

15 – 25 %

ค่าการนำความร้อน (w/m°K)

0.25 – 0.45

1.15

0.15 – 0.17

อัตราการทนไฟ (ชม)

0.5-1

1 – 2

4

ขนาดอิฐ กxยxส (cm)

7.5x20x39

6.5x15x3.5

7.5x20x39

 

ตารางที่ 2. เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายผนังชนิดต่าง ๆ

รายการ

AAC.(สีขาว)

อิฐมอญทั่วไป

CLC.(สีเทา)

ราคาวัสดุก่อ [price per piece]

166.60 [20]

65 [0.50]

166.60 [20]

จำนวนก้อนอิฐ (piece)

12.5

130 - 145

12.5

ราคาปูนก่อ

32

75

32

ราคาปูนฉาบ 2 ด้าน

85

105

52

ความเร็วในการก่อ (per day)

15 – 25

6 – 12

15 – 25

ค่าแรงในการ ก่อและฉาบ 2 ด้าน

140

160

140

รวมค่าใช้จ่าย (Baht/m2)

424

405

391

หมายเหตุ : เป็นราคาวัสดุอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาด

 

12. ตัวอย่างการคำนวณสัดส่วนผสมและต้นทุนวัสดุของคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูลาร์(CLC.)

ในการคำนวณคอนกรีตมวลเบาระบบCLC. นั้นสามารถคำนวณได้โดยใช้หลักการออกแบบคอนกรีตเทคโนโลยีดังแสดงในโปรแกรมลิขสิทธ์ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศตคุณ เดชพันธ์ ศูนย์พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับผู้ประกอบกิจการในธุรกิจก่อสร้างทั่วไปที่ใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยากำเนิดโฟมของศูนย์ฯ

 

รูปที่ 1. โปรแกรมการคำนวณสัดส่วนผสมและต้นทุนการผลิตสำหรับผู้ประกอบการ

เครื่องมือชุดกำเนิดโฟม เครื่องผสม แบบหล่อ อุปกรณ์อื่นๆ และน้ำยากำเนิดโฟม ตลอดจนกระบวนการผลิตคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูลาร์ ที่วิจัยและพัฒนาโดย ศูนย์พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับผู้สนใจประกอบธุรกิจอิฐมวลเบา ผู้รับเหมาก่อสร้างรายย่อยจนถึงผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่ต้องการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด เจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรร หรือผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการควบคุมคุณภาพ ควบคู่กับราคาที่เหมาะสม เพิ่มผลกำไรจากการประกอบธุรกิจ กอร์ปกับเป็นการรักษาผลประโยชน์อันสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค เคียงคู่กับราคาที่เหมาะสม อีกทั้งสามารถประยุกต์ใช้กับการก่อสร้างระบบสำเร็จรูปได้หลากหลาย การประยุกต์ใช้กระบวนการผลิตคอนกรีตมวลเบาระบบเซลลูลาร์ นับว่าเป็นการลงทุนต่ำ ให้ผลผลิตที่สูง นอกจากนั้นยังสามารถใช้เครื่องจักรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศตคุณ เดชพันธ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

 

13. อ้างอิง

1. Byfield Mine Stabilisation. New Civil Engineer July 2002

2. That Sinking Feeling. Constructions News June 2003

3. GUSTAFERRO AH, ABRAMS MS, and LITVIN A. Fire resistance of Lightweight Insulation Concrete. PCA research and Development project.

4. VAN DIJK S. Foamed Concrete a Dutch view. BCA Reprint Feb 1991

5. ALDRIDGE D. Foamed Concrete. Concrete Vol 34 No 4 April 2000

6. ALDRIDGE D. A Material for the Future. Faculty of Building June 2000

7. PICKFORD C, CORMPTON S. Foamed Concrete in Bridge Constuction. Concrete December 1996

8. Foamed Concrete Composition and Properties. BCA publication UDC 666.973.6

9. GILKES D. Foam going with the flow. Construction New February 1993

 




สินค้า ในเครือ บริษัท อินเตอร์โฮม

รั้ว รั้วคอนกรีตสำเร็จรูป
บล็อคนาโน Nanoblock article
Interhome Precast คอนกรีตสำเร็จรูป article